ReadyPlanet.com
dot dot
bulletวิชาตาทิพย์
bulletวิชานรลักษณ์ศาสตร์
bulletหนังสือชี้ชวนงานไหว้ครู
bulletคาถาพระพุทธเจ้าเปิดโลก
bulletอาจารย์ผู้อบรมวิชา
bulletตำราเลข ๗ ตัว ๙ ฐาน
bulletDVD เลข ๗ ตัว ๙ ฐาน
bulletงานรับวุฒิบัตร : เสาร์ที่ 16 กพ. 2556
bulletงานบายศรี สู่ขวัญ


นฤณัฐ กิจจาบัณฑิต


ถาม–ตอบ

ถาม – ตอบ

ถาม    อนาคตข้างหน้าจะรวยไหม?
ตอบ   ก่อนตอบให้พิจารณาดูพื้นเดิมของดวงชาตาเขาก่อนว่าเด่นเรื่องอะไร – ดีเรื่องอะไร  มนุษย์เรามันจะเด่นดีไปเสียทุกเรื่องเป็นไปไม่ได้   เรื่องไหนเด่น – เรื่องไหนดีให้เลือกตอบเรื่องนั้น  บอกว่าดีเรื่องนั้น  รวยเรื่องนั้น

ถาม    จะรวยเมื่อไหร่?
ตอบ    แน่นอนมนุษย์เรา   มันจะเด่น  มันจะดี  มันจะได้  มันจะรวย  ก็ต่อเมื่อดวงชาตาดี  ปีอายุจรดี  ดีเรื่องอะไรก็จะได้สิ่งนั้นๆ   รวยแล้วมั่นคงปีนี้เลยไหม?  ให้หันไปดูอายุของเจ้าของดวงชาตาว่าอายุขนาดนี้พอจะรวยมั่นคงได้ไหม?   ตามความเป็นจริงของคนเรา   ถ้าต่อสู้ทำด้วยมือสองข้างของตัวเองไม่อาศัยบุพการีหาไว้ให้ไวที่สุดอายุ  ๒๕ ปีขึ้นไปแล้วจึงจะรวยได้ส่วนมากจะต้องอายุ  ๓๕  ปีขึ้นไปแล้วจึงจะมั่นคงได้   ผู้เขียนเคยเอามหาทักษามาจับดูตามมหาทักษาบอกเอาไว้ว่าดาวศุภพระเคราะห์เสวยอายุดี  ดาวบาปเคราะห์เสวยอายุไม่ดี   เรามาหาความรวยความมั่นคงของคนตามความพอที่จะเป็นไปได้ตามเหตุตามผลดังต่อไปนี้  
คนเกิดวันอาทิตย์ (๑) ดาวจันทร์ (๒)  ซึ่งเป็นดาวศุภพระเคราะห์เสวยอายุจาก ๗ ปีไปจนถึงอายุ  ๒๑  ปี  อายุยังน้อยความรวยความมั่นคงของฐานะคงจะเป็นไปได้ยาก   คนเกิดวันอาทิตย์ (๑)  จังหวะชีวิตที่พอจะมั่นคงร่ำรวยได้ก็ต่อเมื่ออายุ  ๓๐  ปีถึงอายุ  ๔๖  ปี   เป็นช่วงที่ดาวพุธซึ่งเป็นดาวศุภพระเคราะห์เสวยอายุ
          คนเกิดวันจันทร์ (๒)   ดาวจันทร์ (๒) เสวยอายุตัวเอง  ๑๕  ปีจะไปทำมาหากินอะไรร่ำรวยมั่นคงได้นอกจากอาศัยบิดามารดา คนเกิดวันจันทร์ (๒) จังหวะชีวิตที่พอจะร่ำรวยมั่นคงได้ก็ต่อเมื่ออายุ  ๒๔  ปีถึงอายุ  ๔๐  ปีช่วงอายุดาวพุธซึ่งเป็นดาวศุภพระเคราะห์เสวยอายุ
          คนเกิดวันอังคาร (๓)   ดาวอังคาร (๓)  เสวยอายุตัวเอง  ๘  ปี  คนอายุ ๘ ปีความมั่นคงร่ำรวยไม่ต้องพูดถึง  ต้องรอให้ดาวพุธซึ่งเป็นดาวศุภพระเคราะห์เสวยอายุก่อนคือ  ช่วงอายุ  ๑๗  ปีถึงอายุ  ๒๕  ปี  แต่คงจะเป็นไปได้ยาก  เกิดวันอังคาร (๓) จึงเป็นวันที่ค่อนข้างจะรวยช้า ที่แน่ๆ ต้องรอช่วงอายุ  ๓๖  ปีไปแล้ว ให้ดาวพฤหัสบดีซึ่งเป็นดาวศุภพระเคราะห์เสวยอายุเมื่ออายุ  ๓๖  ปีถึงอายุ  ๕๔  ปี
          คนเกิดวันพุธ (๔)   ดาวพุธ (๔)  เสวยอายุตัวเอง  ๑๗  ปี  คนอายุ  ๑๗  ปีทำมาหากินด้วยลำแข้งของตัวเองรวยได้ไหม?  ตอบว่าได้หนึ่งในล้าน คนเกิดวันพุธจังหวะชีวิตที่น่าจะร่ำรวยมั่นคงได้ก็ต่อเมื่ออายุ  ๒๘  ปีถึงอายุ  ๔๖  ปี  ซึ่งเป็นช่วงที่ดาวพฤหัสบดีซึ่งเป็นดาวศุภพระเคราะห์เสวยอายุ
          คนเกิดวันเสาร์ (๗)  ดาวเสาร์ (๗) เสวยอายุตัวเอง  ๑๐  ปี  ความร่ำรวยมั่นคงก็ไม่ต้องไปพูดถึงต้องรอให้ดาวพฤหัสบดีซึ่งเป็นดาวศุภพระเคราะห์มาเสวยอายุก่อนคือช่วงอายุ  ๑๗  ปีถึงอายุ ๒๙ ปี  ต่อไปดาวราหู (๘) ซึ่งเป็นดาวคู่มิตรมาเสวยอายุต่อไปอีก ๑๒ ปี  คนเกิดวันเสาร์น่าจะร่ำรวยมั่นคงได้ตั้งแต่อายุ  ๑๗  ปีถึงอายุ  ๔๑  ปี  ยิ่งหลังจากอายุ ๔๑ ปีไปแล้ว    ดาวศุกร์ (๖)   ซึ่งเป็นดาวศุภเคราะห์เสวยอายุต่อไปอีกถึงอายุ  ๖๒  ปี ไม่รวยให้มันรู้ไป
          คนเกิดวันพฤหัสบดี (๕)   ดาวพฤหัสบดี (๕)  เสวยอายุตัวเอง  ๑๙  ปีจะไปทำมาหากินอะไรร่ำรวยมั่นคงได้นอกจากอาศัยบิดามารดา   คนเกิดวันพฤหัสบดี (๕)  จังหวะชีวิตที่น่าจะร่ำรวยมั่นคงได้เมื่ออายุ  ๓๒  ปีถึง  ๕๒  ปี  ซึ่งเป็นช่วงที่ดาวศุกร์ซึ่งเป็นดาวศุภพระเคราะห์เสวยอายุ
          คนเกิดวันพุธกลางคืน  (ตั้งแต่เวลา  ๑๘.๐๑ น. – ๐๖.๐๐ น.)   คนเกิดวันพุธ (กลางคืน)  ดาวราหูเสวยอายุตัวเอง ๑๒ ปี  ความร่ำรวยมั่นคงก็ไม่น่าจะไปพูดถึงให้ดาวศุกร์ซึ่งเป็นดาวศุภพระเคราะห์เสวยอายุก่อน  ๒๑  ปี)  คนเกิดวันพุธกลางคืน จังหวะชีวิตที่พอจะร่ำรวยมั่นคงได้คือ  อายุ  ๑๗  ปีถึง ๓๓ ปี   ถ้าไม่รวยช่วงนี้ก็ต้องคอยให้ดาวจันทร์มาเสวยอายุต่อเมื่ออายุ  ๔๐  ปีถึง  ๕๔  ปีจึงจะร่ำรวยมั่นคง
          คนเกิดวันศุกร์ (๖)   ดาวศุกร์ (๖) เสวยอายุตัวเอง  ๒๑  ปีถ้ารวยก็รวยเลยตั้งแต่อายุ  ๑๗ ปีถึง  ๒๑  ปีถ้าไม่รวยก็ต้องคอยให้ดาวจันทร์มาเสวยอายุช่วงอายุ ๒๘ ปีถึง ๔๒ ปี  จึงจะร่ำรวยมั่นคง
          ทั้งหมดตามที่กล่าวมานี้คือการเอามหาทักษามาจับหาจังหวะชีวิตที่เหมาะที่ดีตามวันเกิด   ถ้าไม่รวยไม่มั่นคงช่วงนั้นก็วนหาจังหวะที่ดีอีกต่อไปจนตายนั่นแหละ   แต่อย่าลืมว่าคนเกิดมาพื้นดวงเดิมไม่ดี   ถึงจังหวะชีวิตดียังไง  มันก็ไม่รวยหรอก   อย่างมากก็ดีขึ้นนิดหน่อยเท่านั้นเอง

ถาม      ดูความมั่นคงของพื้นดวงชาตาดูตรงไหน?
ตอบ     ความมั่นคงหมายถึงความเป็นอยู่   หน้าที่การงาน  ทรัพย์สิน  (บริวาร – ญาติพี่น้อง – เพื่อนฝูง – ครอบครัว – ความรักไม่เกี่ยวยกเว้น)  ดาวชาตาที่มั่นคงเรื่องหน้าที่การงาน – ทรัพย์สินเงินทอง   ให้ดูที่มีดาวคู่กำลังของตัวเอง – คู่ธาตุ – คู่มิตร – คู่สมพล   ถ้าดวงชาตาใดมีหลายคู่   ดวงชาตานั้นยิ่งมั่นคง

ถาม      ทำงานอะไรดี  (ทำอาชีพอะไรดี)
ตอบ     ดูดาวที่ดีที่สุดในพื้นของดวงชาตา  (ดี  หมายถึงฐานรองรับดี  ไม่ชนเสีย  หรือชนเสีย  แต่ฐานรองรับต้องดี) ให้เลือกเอาดาวศุภพระเคราะห์ก่อน   ดวงชาตาใดดาวดีหลายดวง   ดวงชาตานั้นทำอาชีพการงานได้หลายประเภท  มีดวงพิเศษอยู่คือดวงชาตาที่มีฐาน ๑๓ (มหาอุจจ์)  อยู่ตรงไหนก็ได้  จะทำอาชีพการงานอย่างเดียวตลอดชีวิตไม่ได้  จะมีการพลิกผันเปลี่ยนแปลงเรื่องอาชีพ  หรือเรื่องหน้าที่การงานหลายครั้ง   อย่างน้อยถึง ๓  ครั้งในชีวิต  เพราะฉะนั้นดวงชาตาที่มีฐาน ๑๓  ให้แก้เคล็ดโดยทำงานหลายๆ อย่างพร้อมกันจึงจะดี

ถาม      เจอคู่ที่แท้จริงดูตรงไหน?
ตอบ     เจอคู่ที่แท้จริงถ้ายังไม่เคยผ่านการแต่งงานมาเลย  ต้องดูที่ปัตนิเท่านั้นคือ  ปีจรต้องจรมาเจอภพปัตนิ  ถ้าเคยผ่านการแต่งงานมาแล้วเจอมัชฌิมา – ปัตนิ – ทาสี (ชาย) – ทาสา (หญิง) ก็แต่งงานได้     ยิ่งปีจร จรไปเจอปัตนิ + สุภะ + ภริยัง (รวม ๓ อย่าง)   ถ้าอยู่คนเดียวปีนั้นแต่งงานแน่นอน   ถ้ามีคู่อยู่แล้วจะพบคู่ใหม่   ยิ่งปีจรฐานรองรับไม่ดีมีคู่อยู่จะมีปัญหาเลิกรากันได้

ถาม      คนที่คบอยู่ขณะนี้เป็นคู่ที่แท้จริงไหม?
ตอบ     ถ้าปีจรตรงกับคำว่า ปัตนิ สำหรับคนที่ยังไม่เคยผ่านการแต่งงาน เป็นคู่ที่แท้จริงแน่นอน  แต่จะดีหรือจะเลวให้พิจารณาดูปัตนิในพื้นของดวงชาตานั้นอีกที  ถ้าพื้นดวงว่าดีก็ได้คู่ดี  ถ้าพื้นดวงว่าคู่ไม่ดีก็ได้คู่ไม่ดี (โดยเฉพาะพื้นของดวงชาตาคนที่มีคู่ไม่คนเดียว  ดวงชาตาคนเป็นหม้าย – ร้าง )  ครั้งแรกถึงเจอคู่ดียังไงก็ต้องเลิก  หรือตายจากกัน  เพราะเจ้าของดวงชาตามีคู่ไม่คนเดียว

ถาม      เรื่องเกี่ยวกับต่างประเทศ
ตอบ     ถ้าเขาถามว่าจะได้ไปต่างประเทศเมื่อไหร่?  คนที่จะได้เดินทางไปต่างประเทศ   ปีจร  หรือเดือนจร (โดยเฉพาะปีจร)  จะต้องจรไปตรงนาวัง – สุภะ   หรือปีจร  หรือเดือนจร  อยู่บนฐานรองรับ ๑๕ (กำลังพระจันทร์   คือต่างประเทศ)  หรืออยู่บนฐานรองรับ ๙ (พระเกตุ)

ถาม      ถามว่าไปนานไหม?   ไปกี่ปีจึงจะได้กลับมา
ตอบ     ถ้าถามเป็นเดือนให้ตอบเป็นเดือนคือ  นับจากเดือนที่เขาเดินทางไปเจอ  นาวัง  หรือเจอ สุภะ   เดือนไหนเขาจะกลับมาเดือนนั้น   ถ้าถามเป็นปีก็ให้นับจากปีที่เขาไป   เจอคำว่าสุภะเมื่อไหร่เขาจะกลับมาปีนั้น   ถ้าปีนั้นยังไม่กลับมาก็ให้หาต่อไปอีกจนเจอคำว่าสุภะ  เขาจึงจะกลับมา

ถาม      ไปอยู่ตลอดชีวิตไหม?   หรือกลับมาตายบ้านเรา
ตอบ      ตามประสบการณ์ที่ผู้เขียนหาสถิติได้   ดวงชาตาใด  สุภะในพื้นของดวงชาตาชนเสียฐานรองรับไม่ดี  ยิ่งสุภะเป็นดาวบาปพระเคราะห์ (๑ – ๓ – ๗) ฐานรองรับไม่ดี   ดวงชาตานั้นจะไปใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศนาน  หรืออาจจะได้อยู่ต่างประเทศตลอดชีวิต  หรือสุภะชนเสีย  แต่ฐานรองรับดี   อาจจะไปอยู่นาน ๑๐ ปี  ๒๐ ปี  บั้นปลายชีวิตจะกลับถิ่นเกิด  แต่ถ้าสุภะไม่ชนเสีย  ฐานรองรับดี  จะไปอยู่ต่างประเทศชั่วระยะหนึ่ง  ไม่เกิน ๕ ปี ๑๐ ปี  ก็ต้องกลับถิ่นเกิดแล้ว

ถาม      ดวงชาตาที่ได้คู่ต่างชาติ – ต่างภาษา –  ต่างศาสนา  มีกฎเกณฑ์อย่างไรบ้าง?
ตอบ     ดวงชาตาที่มักจะได้คู่ต่างชาติ – ต่างภาษา – ต่างศาสนา มักจะตรงกับกฎเกณฑ์ดังต่อไปนี้คือ
             (๑)   ปัตนิ  ชนนาวัง   คู่ต่างชาติ – ต่างภาษา – ต่างศาสนา   
             (๒)   ปัตนิ   อยู่บนฐานรองรับ ๙ (พระเกตุ)    คู่ต่างชาติ – ต่างภาษา – ต่างศาสนา   
             (๓)   สุภะ   อยู่บนฐานรองรับ ๙ (พระเกตุ)   คู่ต่างชาติ – ต่างภาษา – ต่างศาสนา   
             (๔)   ลาภะ   อยู่บนฐานรองรับ ๙ (พระเกตุ)   คู่ต่างชาติ – ต่างภาษา – ต่างศาสนา   
             (๕)   ดาวอังคาร (๓)    อยู่บนฐานรองรับ ๙ (พระเกตุ)   คู่ต่างชาติ – ต่างภาษา – ต่างศาสนา   
             (๖)   ปัตนิ  ชนมรณะ  คู่ต่างชาติ – ต่างภาษา – ต่างศาสนา  คู่ทางไกล  คู่แก่  คู่หม้าย  แต่งงานช้า

ถาม      งานที่เพิ่งได้ใหม่จะดีไหม?   จะอยู่ได้นานไหม?  ดูตรงไหน?
ตอบ     ให้ดูที่ปีจร (อายุจร)  ถ้าปีจรดี  ทุกสิ่งทุกอย่างดีหมด  ถ้าปีจรไม่ดีอะไรก็ไม่ดี  ถ้าปีจรปานกลาง  เรื่องราวทุกสิ่งทุกอย่างก็พอประมาณปานกลาง (ให้ตอบไปตามปีจรของผู้ที่มาให้พยากรณ์  บางดวงชาตาปีจรดี  แต่ขณะที่ได้งานเดือนจรไม่ดี  เช่นไม่ดีติดกัน ๓ เดือน   เราก็บอกเขาไปว่าสองสามเดือนแรกงานหนักงานยุ่งหน่อยนะ   ผ่านสามเดือนไปแล้วทุกสิ่งทุกอย่างจะดีขึ้น

ถาม      ลูกคนไหนจะเลี้ยงพ่อเลี้ยงแม่   ดูแลพ่อแม่  หรือทำงานแทนพ่อ – แทนแม่ได้?
ตอบ     ให้พิจารณาดูดาว (ตัวเลข) ๑ ถึง ๗ ของผู้เป็นบิดา – มารดา   ตัวเลข (ดาว) ดวงใดดี  ฐานรองรับดี  ไม่ชนเสีย   ยิ่งดาวที่เป็นลาภะ – สุภะ – โภคา – กดุมพะ  ยิ่งเป็นดาวศุภพระเคราะห์ยิ่งดีมาก  ตัวเลขไหนไม่ดี  ฐานรองรับไม่ดี  ยิ่งชนเสียเข้าด้วย  ลูกคนนั้นไม่ดีสำหรับพ่อ – แม่   ตัวอย่างเช่นดาวจันทร์  (๒)  เป็นลาภะ  ฐานรองรับดี  ไม่ชนเสีย   ก็แสดงว่าลูกคนที่ ๒ ดีให้โชคให้ลาภดูแลพ่อแม่   หรือดาวอาทิตย์ (๑)  ในดวงชาตาพ่อแม่ชนเสีย  ฐานรองรับไม่ดี   หมายถึงลูกคนที่ ๑  จะสร้างปัญหาให้พ่อแม่  แต่ให้ระวังบางดวงชาตาดาวดวงหนึ่งอาจจะดีสำหรับคนหนึ่ง   แต่ไม่ดีสำหรับอีกคนหนึ่ง  นั่นหมายความว่าลูกคนนั้นดีกับแม่  แต่ไม่ดีกับพ่ออย่างนี้ก็มี

ถาม      ลูกคนไหนจะรวยจะเด่นกว่ากัน?
ตอบ     อันนี้ไม่ยากให้เอาดวงชาตาของลูกทั้งหมดมาเขียนแล้วเทียบกันดูว่าใครดีกว่ากัน   ดีในทางไหน?  เด่นทางไหน?  ดวงชาตาของแต่ละดวงจะชี้ชัดออกมาเอง

ถาม      ดูว่าจะมีลูก    จะท้องเมื่อไหร่?  จะดูตรงไหน?
ตอบ     ก็ดูตรงปุตตะนั่นแหละ   ดูทั้งดวงผู้หญิงและผู้ชาย   ถ้าตกปุตตะทั้งสองคนแสดงว่าปีนั้นเขาทั้งสองคนจะมีบุตร   หรือตกปุตตะคนใดคนหนึ่งก็มีบุตรได้   บางครั้งตกทาสา (ชาย)  ทาสี (หญิง)  ก็มีบุตรได้   ถ้าไม่มีตามที่กล่าวมานี้  ถึงตั้งท้องก็แท้งได้

ถาม      ลูกในท้องจะเป็นเพศชาย  หรือเพศหญิง?
ตอบ     ในขณะที่ตั้งครรภ์  ถ้าเลขปุตตะเป็นดาวบาปพระเคราะห์ลูกจะเป็นชาย   ถ้าเป็นดาวศุภพระเคราะห์ลูกจะเป็นหญิง   แต่มันไม่แน่นอนเสมอไป   บางทีเลขบาปพระเคราะห์เป็นหญิงก็มี  เขาเรียกว่า  เป็นหญิงแต่กิริยาท่าทางเหมือนผู้ชาย  หรือปุตตะเป็นดาวศุภพระเคราะห์  แทนที่จะเป็นหญิง แต่เป็นชายก็มี   เป็นชายที่เรียบร้อยเหมือนผู้หญิง   พยากรณ์เหยียบเรือสองแคมไว้ก่อนดีกว่า

ถาม      ในขณะที่ตั้งครรภ์ดูดวงแม่ปุตตะตกดาวบาปพระเคราะห์   ดูดวงพ่อตกดาวศุภพระเคราะห์   จะทายยังไง?
ตอบ      ในขณะที่ตั้งครรภ์ดวงใครดี (ปีจร)  เพศของลูกมักจะมาตามคนที่ดวงดี

ถาม      ในพื้นของดวงชาตา  เรื่องคู่ (ปัตนิ) ไม่ดีเลย  แต่มัชฌิมา  ก็เป็นคู่  ทาสี (ดวงชาตาชาย)  ทาสา (ดวงชาตาหญิง)  เป็นคู่เหมือนกัน  เราไม่เลือกปัตนิ  ไปเลือกมัชฌิมา  หรือทาสี – ทาสา  แทนจะได้ไหม?
ตอบ      ไม่ได้   เจ้าของดวงชาตาต้องเลือกปัตนิก่อน   พูดง่ายๆ  ว่าจะต้องผ่านปัตนิก่อน  เลิกกันแล้ว หรือตายจากกันแล้วก่อน  จึงจะมีสิทธิ์เลือกมัชฌิมา  หรือทาสี – ทาสาได้

ถาม       ดวงเป็นหม้ายจะหม้ายสักกี่ครั้งจึงจะยุติ  จึงจะอยู่ตัว?
ตอบ      ตอบยาก   บางคนหม้ายแล้วหม้ายอีกหลายครั้ง   ตามที่ผู้เขียนผ่านประสบการณ์มาพอจะจับความได้ดังนี้คือ  ถ้าปัตนิในพื้นของดวงชาตาเป็นดาวบาปพระเคราะห์จะเป็นหม้ายหลายครั้ง   ถ้าเป็นดาวศุภพระเคราะห์จะหม้ายน้อยครั้ง   และอีกอย่างที่พอจะเอามาพยากรณ์ได้คือ  ปัตนิเป็นเลขอะไรจะหม้ายเท่ากับจำนวนดาวที่เป็นปัตนิ  เช่นปัตนิ  เป็นดาวอาทิตย์ (๑)  ก็หม้ายหนึ่งครั้ง   ปัตนิ เป็นดาวจันทร์ (๒)  ก็หม้ายสองครั้ง  อย่างนี้เป็นต้น

ถาม       ผู้ใหญ่ – เจ้านาย ดีต่อเราไหม?
ตอบ      ให้ดูที่ปิตา – มาตา   ถ้าปิตา – มาตา ไม่ชนเสีย  ฐานรองรับดี   ไปอยู่ที่ไหนผู้ใหญ่ทั้งชาย – หญิง   กรุณาปราณีรักเราทุกคน  บางดวงชาตาผู้ใหญ่ชายดี   ผู้ใหญ่หญิงไม่ดี  บางดวงชาตาผู้ใหญ่หญิงดี  ผู้ใหญ่ชายไม่ดีเราก็บอกเจ้าของดวงชาตาไปตามดวงเขา บางดวงชาตาจะบอกว่าดีพอประมาณก็ให้บอกเขาไปว่าพอประมาณ   บางดวงชาตาผู้ใหญ่ทั้งหญิงทั้งชายไม่ดีเลย  (ชนเสีย ฐานรองรับไม่ดี)  อย่างนี้ก็ให้บอกเขาไปว่าไปทำงานที่ไหนผู้ใหญ่ – เจ้านาย ไม่ค่อยรักเราจริง

ถาม       เรื่องยานพาหนะ    รถ – เรือ – แพ?
ตอบ      ดวงชาตาที่จะได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับยานพาหนะ  รถ – เรือ – แพ   ปีจร – เดือนจร (โดยเฉพาะปีจร) จะต้องจรไปตรงกับ  นาวัง   ไปตรงกับฐานรองรับ ๑๕ (กำลังพระจันทร์) หรือปีจร – เดือนจร  ไปตรงกับดาวอังคาร (๓)  ฐานรองรับ ๑๑  ( )  หรือปีจรฐานดี  ไม่ชนเสีย   ไปตรงกับดาวจันทร์ (๒)  ก็เกี่ยวกับยานพาหนะ รถ – เรือ – แพ  ได้เหมือนกัน ถ้าฐานปีจรดีก็เกี่ยวข้องในทางดี   เช่นได้รถมาฟรีๆ  ได้รถประจำตำแหน่ง  ซื้อรถได้ในราคาถูก   ถ้าปีจรไม่ดีก็เกี่ยวข้องในทางเสียหาย   เป็นต้นว่าเกิดอุบัติเหตุ – รถถูกขโมย  ถูกยึด  เป็นต้น

ถาม       คนจะคบได้คบไม่ได้ดูตรงไหน?
ตอบ      คนเราจะคบกันได้   หรือคบกันไม่ได้  มีการดูหลายขั้นตอน  เช่นจะคบกันแบบสามี – ภรรยา  อันดับแรกให้ดูปีของแต่ละคน  ถ้าปีถูกกัน – วันถูกกัน – และเดือนถูกกัน  ถ้าถูกกันทั้งสามอย่างก็ถือว่าดีเลิศ  ได้ปีกับวันถูกกันก็ถือว่าดี  หรืออย่างน้อยขอให้ปีถูกกัน  เพราะถ้าปีถูกกันจะทำให้ความเป็นอยู่มั่นคง   หรือจะหมายถึงคบคนทั่วๆ ไปว่าคุยได้หรือไม่ได้   จะเอาเปรียบเราไหม?  จะคดโกงเราไหม?  อย่างนี้ก็ให้ดูที่  อัตตะ – ตนุ – พันธุ – สุภะ ของเจ้าชาตา  ถ้าชนเสียทั้ง ๔ อย่างก็คบยาก  ตัวเสียอย่างหรือสองอย่างก็พอคบได้   ถ้าดีทั้ง ๔ อย่างถือว่าเป็นคนดีบริสุทธิ์

ถาม      การพยากรณ์ฟันธง
ตอบ     การพยากรณ์เด็ดขาด – ฟันธง   บางครั้งฟันได้  บางครั้งก็ฟันไม่ได้    ตัวอย่าง  ยังไม่ถึง ๘ โมงเช้าธงยังอยู่โคนเสายังไม่ได้ชักขึ้นบนยอดเสามันก็ฟันได้  เช่น นักพยากรณ์เจอรายการที่ปีจร ฐานดี  ไม่ชนเสีย  เราก็พยากรณ์ฟันธงไปได้เลยว่าเจ้าของดวงชาตาจะได้เรื่องนั้นๆ แน่นอน  หรือเจอดวงชาตาที่ปีจร  ฐานรองรับไม่ดี  ชนเสีย  ยิ่งชนเสียหลายต่อ  ยิ่งเป็นดาวบาปพระเคราะห์ด้วย  นักพยากรณ์ก็พยากรณ์ฟันธงไปได้เลยว่า  เจ้าของดวงชาตาจะต้องสูญเสียเรื่องนั้นๆ  หรือผิดหวังเรื่องนั้นๆ  แต่นักพยากรณ์ไปเจอเอาดวงชาตาที่ปีจร – เดือนจร (โดยเฉพาะปีจร)  ฐานรองรับปานกลาง  หรือปานกลางยังชนเสียเพิ่มเข้าไปอีกมันก็ยากต่อการฟันธง  มันก็ต้องแบ่งรับแบ่งสู้เป็นเรื่องธรรมดา
             มีอีกหลายกรณีที่นักพยากรณ์ควรจะนำเอาไปเป็นส่วนประกอบในการพยากรณ์ฟันธง  เช่น
             (๑)   ดวงบุญ – ดวงบาป     ดวงบุญ  หมายถึง  พื้นของดวงชาตาที่มีอัตตะ – ตนุ – พันธุ – สุภะ  ไม่ชนเสีย  ฐานรองรับดี   ดวงชนิดนี้เขาเรียกว่าดวงบุญ (คนดี) เวลาผิดพลาด  ก็ผิดพลาดเพราะประมาทไม่มีเจตนาจะทำชั่ว   เรื่องหนักจะเป็นเบาได้  แต่ถ้าเป็นดวงบาป  คือดวงชาตาที่มี  อัตตะ – ตุน – พันธุ – สุภะ   ชนเสีย  ฐานรองรับไม่ดี  ยิ่งเป็นเลขบาปพระเคราะห์  ยิ่งเพิ่มความไม่ดีมากขึ้น  ดวงชนิดนี้เวลาผิดพลาดจะเสียหายมาก  เพราะเจ้าของดวงชาตาเจตนาที่จะให้เป็นอย่างนั้น
             (๒)   ดาวชาตาที่มีฐาน ๙ (พระเกตุ)  รองรับ  มรณะ – สุภะ – กัมมะ – ลาภะ   รองรับอัตตะ  หรือตนุ   หรือมีดาวพฤหัสบดี (๕)  อยู่บนฐาน ๙  หรือมีชั่ว + ชั่วเป็นดี (มรณะ  ชนหินะ  หรือมรณะ  ชนอริ) ในดวงชาตา  ดวงตามที่กล่าวมานี้  ท่านเรียกว่าเป็นดวงที่บุญบารมีเก่าดี   ถ้ามีอะไรจะหนักเป็นเบา  หรือรอดพ้นจากเหตุการณ์ร้ายได้นาทีสุดท้าย
             (๓)   ดวงชาตาจร  จรไปตรงฐานไม่ดี (พูดง่ายๆ ว่าปีจร – เดือนจร  ไม่ดี)  โดยเฉพาะปีจรไม่ดี แต่มีคำว่า  มัชฌิมา  หรือคำว่า  มหาอุปถัมภ์  เข้ามาเกี่ยวข้อง    เรื่องที่ไม่ดีนั้นๆ  จะผ่านได้นาทีสุดท้าย           โดยเฉพาะ  มหาอุปถัมภ์   แต่คำว่า  มัชฌิมา  ถ้าปีนั้นฐานรองรับไม่ดี  ชนเสียหลายต่อ   มัชฌิมาจะไม่ช่วย  จะปล่อยให้เป็นไปตามนั้น  แต่มหาอุปถัมภ์  จะช่วยให้หนักเป็นเบาทุกเรื่อง
             (๔)   จรไปเจอฐานไม่ดี   ชนเสีย  แต่มีคำว่าลาภะ  หรือกดุมพะ   เข้ามาเกี่ยวข้อง   ในการไม่ดีนั้นจะมีการได้ตามมาบ้าง   เช่นเกิดอุบัติเหตุรถชน  เจ้าของรถรับผิดชอบ  หรือบริษัทประกันภัยจ่าย  หรือปีนั้นญาติผู้ใหญ่เสียชีวิต  เจ้าของดวงชาตาได้รับมรดกจากผู้เสียชีวิต   เขาเรียกว่าทุกขลาภได้จากการสูญเสีย

ถาม       อยากจะให้การพยากรณ์มันแคบเข้า  แทนที่จะไปทุบดิน ๑๐ เรื่อง  หรือ  ๕ เรื่อง  จะทำอย่างไร?
ตอบ      ให้ดูวัยของเจ้าของดวงชาตา  เรื่องอะไรควรจะเกิดกับวัยนั้นๆ  หรือให้ดูที่พื้นดวงชาตาว่าเรื่องใดเด่น หรือเรื่องใดด้อย   เรื่องอะไรเด่น  ถ้าจรมาฐานดี  ไม่ชนเสียก็จะได้เรื่องนั้น  ดีเรื่องนั้น  หรือเรื่องใดด้อย (เสีย) ในพื้นดวงชาตาถ้าจรมาฐานรองรับไม่ดี  ชนเสีย  ก็จะเสียหายเรื่องนั้น  มีปัญหาเรื่องนั้นๆ  หรืออีกอย่างหนึ่งใช้วิธีถามหาข้อมูล  เหมือนหมอแพทย์ตรวจโรคคนไข้  จะถามคนไข้ว่ามีอาการอย่างไร? – ตรงไหน?   เป็นต้นว่าปีจร  จรไปตรงปิตา + ปุตตะ ฐานรองรับไม่ดี  ชนเสีย  แทนที่เราจะพยากรณ์ไปว่าปีนี้พ่อคุณ  หรือลูกคุณทำความเดือดร้อนมาให้  เราถามเขาว่าคุณพ่อคุณยังมีชีวิตอยู่ไหม?   เขาตอบว่าไม่อยู่   เราก็พยากรณ์ไปเลยว่าปีนี้  หรือเดือนนี้ลูกจะนำความเดือดร้อนมาให้นะ  หรืออีกวิธีหนึ่งคือการใช้จิต  วิธีนี้เป็นวิธีสุดท้าย  ถ้าจนตรอกจนมุมผู้เขียนจะนำเอามาใช้บ่อยมาก  คือการใช้จิตใช้สมาธิเพ่งเข้าไปตรงเรื่องที่มันแทรกซ้อนกันอยู่หลายเรื่อง  จนเราไม่สามารถที่จะตัดสินได้ว่าเป็นเรื่องใด  หรือเรื่องไหนก่อนไหนหลัง  ถ้าเรื่องไหนแว๊บเข้ามาในจิต  หรือในสมาธิก่อน  มันจะเป็นเรื่องนั้น   ฝึกบ่อยๆ จนชำนาญจะแม่นมาก   บางครั้งมันจะแว๊บเขามาในจิตใจมาก็ทำให้เราสับสน  ให้เอาแว๊บแรก  หรืออะไรแว๊ปมาให้รีบพูดเลย  มีข้อแม้ว่าอย่าไปกังขาว่าเราคิดเอาเองหรือเปล่า  หรือที่มันแว๊บเข้ามาในจิตในสมาธินี้จะจริงหรือเปล่า? ถ้าคิดอย่างนี้จิตเราจะรวนเรไปหมด  เราจะถูกลงโทษเพราะไม่เชื่อแม้แต่จิตของตัวเองแล้วจะไปเชื่อถืออะไรได้   คนที่มีจิตใจรวนเร – จิตไม่นิ่ง – จิตไม่มีสมาธิ – จิตมีอคติ  จะเป็นนักพยากรณ์ที่ดีไม่ได้

ถาม       ประพฤติตนยังไงจึงจะเป็นนักพยากรณ์ที่ดี?
ตอบ      นักพยากรณ์ (หมอดู) ต้องเข้าใจคำว่านักพยากรณ์  หรือหมอดูก่อนว่าคืออะไร? นักพยากรณ์ (หมอดู) คือจิตแพทย์   การเจ็บป่วยของมนุษย์มีอยู่สองอย่างคือป่วยกาย  กับป่วยจิต   ป่วยการไปพบหมอแพทย์ – กินยา – ฉีดยา – ผ่าตัด  เพื่อให้โรคหาย   ป่วยจิตไปหาพระให้ท่านให้ธรรมะเป็นเครื่องรักษา  หรือไปปรึกษาจิตแพทย์  ให้หมอจิตแพทย์รักษาจิต  แต่สังคมไทยป่วยจิตจะให้หาจิตแพทย์คงจะยาก  ส่วนมากจะไปหาหมอดู  เมื่อไปพบหมอดู  หมอดูก็คือจิตแพทย์ผู้รักษาจิตนั่นเอง  เมื่อหมอดูคือจิตแพทย์ผู้รักษาโรคทางใจให้มนุษย์แล้ว  เราต้องเป็นจิตแพทย์ที่ดี  มีคุณธรรม – มีจรรยาแพทย์ อย่าพาเขาทำพิธีกรรมเรียกร้องเงินทอง  เพิ่มทุกข์  เพิ่มความเดือดร้อนให้เขาเด็ดขาด  ถ้าจะแนะให้เขาไปทำบุญทำความดีก็ให้เขาไปทำเองตามความเชื่อถือศรัทธาของเขา  คนที่เป็นหมอดูจะขึ้นสวรรค์ง่ายโดยไม่ต้องลงทุนอะไรมากเลย  แค่ใช้ปากใช้คำพูดให้เป็นประโยชน์แก่ผู้ที่มาพบมาปรึกษาตามความเป็นจริง  ทำเรื่องใหญ่ให้เป็นเรื่องเล็ก   แนะนำสิ่งที่ถูกที่ควรแค่นี้ก็ได้บุญได้ความดีขึ้นสวรรค์แล้ว   แต่กลับกันใช้ปากในทางที่ผิดพูดไปโดยมีอคติ  เพื่อจะให้เขากลัว  เพื่อจะให้เขาทำพิธีกรรมกับตัวเองแล้วเรียกข้าวของเงินทองจากเขา  เตรียมตัวตกนรกด้วยปากด้วยคำพูดของตัวเอง  เงินทองข้าวของที่ได้มาก็อยู่ไม่ทน  ลูกเมียเอาไปกินไปใช้ก็ไม่เจริญรุ่งเรือง  ตัวเองก็จะถูกธรรมชาติลงโทษเป็นโรคที่รักษาไม่หายขาด  ได้รับความทุกข์ทรมานตอนแก่  ขอให้หมอดูที่เอาความทุกข์ไปให้คนอื่นคิดให้ดีๆ  ถ้าคิดผิดให้คิดใหม่ได้ก่อนที่สายเกินแก้

 




บทความต่างๆ

คาถาไหว้ครูหมอดู
ฤกษ์ปลูกต้นไม้
รั้วป้องกันเคราะห์ เกราะป้องกันตัว
เลข ๗ ตัว ๙ ฐาน (ชั้นสูง)
ดิถีดี-ดิถีร้าย
ดวงจร ปีจร
คาถาจุดเทียนชัย
ทิศราหูจร-ยามตรีเนตร
ดวงเหมือน-ดวงแฝด
คำนำวิชาตาทิพย์
วิชานรลักษณ์ศาสตร์
หนังสือชี้ชวนงานไหว้ครู 2558
อารัมภกถา
พุดตานกถา
ประวัติชมรมอาศรมเจษฎาจารย์
คาถาพระพุทธเจ้าเปิดโลก
ดวงชาตาล้มละลาย
ดวงผ่าคลอดบุตร
ดวงชาตาพิการทางสมอง (CP) หรือ (ออทิสติก)
อาจารย์ผู้อบรมวิชา และเจ้าหน้าที่ชมรม
การพยากรณ์ดวงชะตาคนทั้งโลก
ดวงเส้นโลหิตในสมองแตก (ความดันสูง)
วิชานรลักษณ์ศาสตร์
ดวงต่างประเทศ
คำทำนายภูมิพยากรณ์ทั้ง ๘
ดวงไฟไหม้บ้าน
ดวงชาตาจิตรกร
ดวงชาตาที่เป็นนักประพันธ์ (นักเขียน)
ดวงชะตาคนที่มีแล้วหมด (รวยแล้วกลับจนอีก)
ดวงชาตาที่ขาดเรื่องเพศสัมพันธ์ไม่ได้
ดวงกินคู่ (ตายจากกัน)
ดวงชาตาที่เป็นโรคไม่หายขาด
ดวงเกี่ยวกับต่างประเทศ
พยากรณ์เรื่องคู่ ๑-๒
ดวงผ่าตัด
ดวงทำนายหญิง
การพยากรณ์เรื่องบุตร
ดวงอนุภรรยา
พยากรณ์ดวงชาตาฐาน ๑๓
ดวงชาตาทอม
ดวงทำนายหญิง
ดวงกระเทย (ชายเป็นหญิง)
ดวงภาคพยากรณ์
ดวงชะตาที่มีอายุยืน
ดวงหญิงที่มียศ–ตำแหน่งสูง
วิชาตาทิพย์ article



Copyright © 2012 All Rights Reserved.

 Address: ชมรมอาศรมเจษฎาจารย์ (วัดสุวรรณคีรี) ซอยรพ.เจ้าพระยา  
ถนนอรุณอัมรินทร์ แขวงบรมราชชนนี เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ 10700
Tel: 0-2884-8606, 0-2884-7603 Email: naruenat24@gmail.com, http://www.jessadajarn.com